ซุ้มป๋าเอี๊ยด การพัฒนาพันธุ์ ไก่ชน พม่า ไซ่ง่อน ลำดี ตีหนัก

เลี้ยงไก่ชนสร้างมูลค่า ซุ้มไก่ชนดัง “ซุ้มป๋าเอี๊ยด” ชลบุรี

 

ย้อนรอย “ซุ้มป๋าเอี๊ยด” กับการพัฒนาพันธุ์ ไก่ชน “พม่า+ไซ่ง่อน” ลำดี ตีหนัก

            คุณประยุทธเล่าย้อนถึงที่มาของการพัฒนาพันธุ์ ไก่ชนให้ฟังว่า ตนเองชอบเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก ๆ สมัยที่ยังเรียนหนังสืออยู่ ทว่าตอนนั้นเป็นการเลี้ยง แบบปล่อยไว้ตามใต้ถุนบ้าน นาน ๆ ที่ถึงค่อยนำไก่หนุ่มมาขังสุ่ม แล้วอุ้มไปปล้ำหรือไปชนกับเพื่อน ๆ ซึ่งเหมือนเป็นวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยก่อน ไก่ที่เลี้ยงไว้ส่วนใหญ่ ก็เป็นไก่ไทย พม่าหรือไซ่ง่อนยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ทว่าไก่พื้นเมืองของชลบุรีและใกล้เคียง ส่วนใหญ่เป็น ไก่เชิง ไก่เก่งที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ซึ่งก็เลี้ยงลักษณะนี้ มาตลอด

            “กระทั่งเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เพื่อนที่สนิทกัน เป็นมือน้ำมีชื่ออยู่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งก็รับเลี้ยงไก่ออกชน และเป็นมือน้ำให้กับซุ้มดังเป็นประจำ ไก่เก่ง ๆ หลายตัว ที่ปลดระวางตีในสนามไม่ได้แล้ว ก็นำมาให้เลี้ยงเพื่อ เก็บไว้ทำเป็นพ่อพันธุ์ ทำให้มีไก่ดี ๆ ที่ปลดระวางจำนวนมาก ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเองจริงจัง กับการเพาะเลี้ยงไก่ชนมากขึ้น พร้อมกับมีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ไก่ของที่ซุ้มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ”

            ไก่ชนที่เพาะเลี้ยงไว้ไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงออกชนเอง  แต่เพื่อนที่เป็นมือน้ำเป็นผู้เลี้ยงและนำไปออกชน ทำให้ผู้คนทั่วไปรู้จักไก่มากกว่าซุ้ม ตัวไหนที่ชนะก็มีคนมาขอซื้อโดยให้ราคาตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท ส่วนไก่หนุ่มที่กำลังเลี้ยงออกชน ราคามีตั้งแต่ 3,000-5,000 บาท โดยเพื่อนที่เป็นมือน้ำเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด เนื่องจากตนเองมีงานประจำทำอยู่จึงไม่มีเวลาไปคลุกคลีกับการเลี้ยงออกชน และเข้าสนามชนมากนัก เป็นผู้เพาะพันธุ์มากกว่า

ซุ้มป๋าเอี๊ยด การพัฒนาพันธุ์ ไก่ชน พม่า ไซ่ง่อน ลำดี ตีหนัก

ซุ้มป๋าเอี๊ยด การพัฒนาพันธุ์ ไก่ชน พม่า ไซ่ง่อน ลำดี ตีหนัก

คุณประยุทธบอกว่า แม้ไก่ของตนเองมีฝีเท้าที่ค่อนข้างดีและชนะในสนามชนบ่อยครั้ง

          ทว่าซุ้มยังไม่ เป็นที่รู้จักมากนัก จะรู้จักเฉพาะกลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยซื้อไก่ไปเลี้ยงเท่านั้น จึงมีแนวคิดว่าต้องหาไก่ชนจาก เหล่าที่มีชื่อเสียง มาเลี้ยงเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อจะได้ เป็นที่รู้จักในแวดวงผู้เลี้ยงไก่ชนมากขึ้นด้วย เมื่อศึกษาหาข้อมูลไก่เก่ง ๆ จากซุ้มต่าง ๆ ก็เห็นว่าไก่ชนของ “ซุ้มเขื่อนยันฮี” จังหวัดตาก เป็นไก่เก่ง ตีดี ลำหนัก ทั้ง ยังมีชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับกับผู้ที่เลี้ยงไก่ชนทั่วไปด้วย จึงได้เดินทางไปซื้อพ่อแม่พันธุ์จากที่นี่มาเลี้ยง

            “เหล่าที่นำมาส่วนใหญ่ เป็นไก่ชนลักษณะลำดี หมายถึงตีหนัก ตีเจ็บ มีเชิงนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับ หรือหวามาก ในขณะที่เหล่าเดิมเป็นไก่ชนที่มีลักษณะ ถอด ถอย มีโยกตีหน้าคาง ซึ่งก็นำมาผสมกัน แต่ก็ ตัดสินใจค่อนข้างยากว่าจะเลือกเชิงชนในลักษณะไหน แต่โดยส่วนตัวชอบไก่ที่ตีหนักไว้ก่อน เชิงไม่ต้องมาก ขอให้ตีหัก ดีชัก โอกาสชนะก็มีสูง ทว่าปัจจุบันคน เลี้ยงไก่มักนิยมไก่เชิง เพราะเมื่อไปปล้ำแล้ว ทุกคน มองเห็นได้ง่าย ทำให้มีราคาดี ที่สำคัญจำหน่ายง่ายกว่าด้วย”

            คุณประยุทธบอกว่า สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงไก่ชน หรือผู้ที่เลี้ยงไก่ชนมือใหม่ ๆ อย่างแรกที่ต้อง คำนึงถึง คือ เหล่าของไก่ที่นำมาเลี้ยง ควรเลือกเหล่า ที่มีประวัติการให้ผลผลิตที่ดี มีประวัติการชนที่ดีด้วย ที่สำคัญต้องปล้ำให้เห็นกับตาว่าเป็นไก่ที่มีเชิงชน ลักษณะไหน กล่าวคือต้องเลือกพันธุ์ที่ดีมาเลี้ยง ทั้งสายพ่อและแม่พันธุ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง มากนัก ซึ่งอาจซื้อตั้งแต่ตอนเล็ก ๆ มาเลี้ยงต่อเอาเอง หรือไม่ก็ซื้อจากรุ่นลูกรุ่นหลานก็ได้ ก็ได้ไก่ที่มีราคาย่อมลงมา

            สำหรับพื้นที่ที่ใช้เลี้ยง ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนที่เลี้ยงด้วย โดยปกติแล้วเลี้ยงไก่ใช้พื้นที่ไม่มาก แต่ทว่าหากแคบ เกินไปจนไก่เดินไปไหนมาไหนไม่ได้เลย ก็ไม่เป็นผลดี ซึ่งรูปแบบการเลี้ยงที่ดีในมุมมองของตนเอง คือ ต้อง ปล่อยให้ไก่ได้อยู่กับธรรมชาติ ไก่จะได้ออกกำลังกาย ได้คุ้ยเขี่ยหากินคลุกฝุ่น กล่าวคือให้ไก่ได้แสดงพฤติกรรมทางธรรมชาติออกมาให้มากที่สุด ซึ่งดีกว่าการเลี้ยงแบบขังไว้ตลอดเวลา

ซุ้มป๋าเอี๊ยด การพัฒนาพันธุ์ ไก่ชน พม่า ไซ่ง่อน ลำดี ตีหนัก

ซุ้มป๋าเอี๊ยด การพัฒนาพันธุ์ ไก่ชน พม่า ไซ่ง่อน ลำดี ตีหนัก

ส่วนเล้าที่จะเป็นที่อยู่ของไก่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเงินทุน อาจสร้างง่าย ๆ แค่พอให้ไกได้หลบแดดหลบฝน

         หรือ ก่ออิฐฉาบปูนอย่างดี แน่นหนาเป็นมาตรฐานก็ทำได้ ซึ่งไก่ชนเลี้ยงไม่ยาก เหมือนกับเลี้ยงไก่บ้านทั่วไปนั่นเอง แต่ถ้าให้ดีหน่อย รอบ ๆ พื้นที่ที่ใช้เลี้ยงควรมีตาข่ายล้อมรอบ แบ่งขอบเขตการเลี้ยงให้ชัดเจนก็จะดีกว่า ทั้งยังช่วยป้องกันศัตรูจากภายนอกได้ด้วย ซึ่งหลังจากแม่ไก่ให้ไข่และฟักออกเป็นตัวแล้ว ใช้เวลาเลี้ยงลูกไก่ ประมาณ 8-9 เดือน ก็นำไก่มาปล้ำและจำหน่ายได้แล้ว

            ถ้าเรามีพื้นที่กว้างพอ แนะนำให้เลี้ยงแม่ไก่จำนวนมากหน่อย เช่น 3-4 ตัว เพราะเวลาให้ผลผลิตออกมา ก็คัดเลือกได้ว่า พ่อที่ใช้ผสมให้ลูกดีหรือไม่ แล้วแม่ตัวไหนที่ให้ลูกดีหรือไม่ดี ทำให้คัดเลือกได้ ขณะที่หาก มีแม่แค่ตัวเดียว ผสมออกมาแล้ว ต้องรอให้แม่เลี้ยงลูก และกว่าจะลองนำมาชนกันได้ต้องใช้เวลา 8-9 เดือน และถ้าใช้ไม่ได้ ก็เท่ากับเสียเวลาไปฟรี ๆ ต้องเริ่มใหม่ และการผสมมาก ๆ โอกาสที่ได้ไก่เก่งมีสูงกว่าแน่นอน

            “การเลี้ยงไก่ชน จริงๆ แล้วเป็นอาชีพที่น่าสนใจ เลยทีเดียว อย่างไก่หนุ่ม ๆ ธรรมดาราคาอยู่ที่ 3,000-5,000 บาทแล้ว ยิ่งถ้าลองปล้ำให้เห็นเชิง ราคาก็สูง ขึ้นมาอีก หากวางแผนผลิตให้ดี มีรายได้แน่นอน ยิ่งปัจจุบันช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ทุกคนเข้าถึงได้ โพสต์รูปและคลิปวิดีโอของไก่ตัวนั้น เท่านี้ก็ขายได้แล้ว” คุณประยุทธกล่าวในที่สุด

 

 

พนันไก่ชนออนไลน์  ผ่านเว็บไซต์ รูปแบบใหม่  ของการเล่นพนันไก่ชน สมัครง่ายเล่นได้ที่บ้าน                       

เล่นง่ายสะดวก ปลอดภัย ไร้กังวล ฝากขั้นต่ำเพียง 100 บาท สมัครแทงไก่ แอดไลน์ไอดี  CASATHAI